ปลา สัตว์มงคลนำโชคลาภ

ปลาทอง
ปลาเป็นสัตว์มงคล
ปลาสัตว์มงคล
เพราะคำว่า หยู ที่หมายถึงปลา พ้องเสียงกับคำว่า หยู ที่หมายถึงความอุดมสมบูรณ์ ปลาจึงเป็นสัญลัษณ์ของความมั่งคั่ง เด็กกับปลา จะหมายถึง “ขอให้จงมีความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์จากลูกชายที่ได้รับตำแหน่งสูงขึ้น”   ปลาคาร์ฟ มาจากคำว่า “หลี่” หมายถึง ผลกำไรหรือประโยชน์ ปลาคาร์ฟ จึงเป็นสัญลักษณ์ของความปรารถนาจะได้ผลกำไรหรือประโยชน์จากการทำธุรกิจ

ปลาคาร์ฟ
ปลาคาร์ฟ  ข้ามซุ้มประตูมังกร ปลาหลี่ฮื้อ หรือหลี่อวี๋ หมายถึง ความสำเร็จ โดยมีตำนานว่า ปลาหลี่ฮื้อตัวใดสามารถว่ายมาถึงประตูมังกรที่ปากทางสวรรค์ แล้วกระโดดข้ามไปได้ จะกลายเป็น "ปลามังกร" ซึ่งเป็นคติสอนใจชาวจีนว่า คนจนก็มีสิทธิ์รวยได้ ถ้ามีความมุ่งมั่นและพยายามเหมือนปลาหลี่ฮื้อ ที่เพียรว่ายน้ำมาจนถึงปากทางสวรรค์ และใช้แรงพยายามสุดชีวิตเพื่อให้เข้าประตูมังกรได้สำเร็จ ซึ่งจะได้เปลี่ยนเป็นปลาที่มีเกียรติยศสง่างาม ถ้าปลาตัวใดกระโดดข้ามไม่ได้ก็ยังคงเป็นปลาหลี่ฮื้อตามเดิม จึงนิยมใช้ปลาหลี่ฮื้อแทนคำอวยพรที่ว่า ขอให้ประสบความสำเร็จในชีวิต และให้มีเพียงพอ
ส่วนหนวดปลานั้นเป็นเครื่องหมายของพลังอำนาจเหนือ ธรรมชาติ ดอกบัว หมายถึง “ขอจงมีบางสิ่งอยู่ทุกปี”   ปลาทอง คำว่าปลาทองในภาษาจีนมีเสียงพ้องกับคำที่หมายถึง “ มีทองล้นหลาม” ปลาทองจึงมักจะเป็นของขวัญสำคัญอีกอย่างที่นิยมมอบให้กันในวันมงคลต่างๆ

ปลาอะโรวาน่า
ปลาอะโรวาน่า หรือที่ชาวจีนรู้จักในชื่อ "ปลามังกร" นั้นถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง ด้วยรูปร่างลักษณะที่ดูละม้ายคล้ายคลึงกับมังกรในวัฒนธรรมตะวันออก ปลาชนิดนี้จึงเป็นสัญลักษณ์แห่งโชคลาภที่ดี ความแข็งแกร่ง อำนาจ และผู้สะกดสิ่งชั่วร้ายในที่อยู่อาศัย หลายคนเชื่อว่าสีของปลามังกรที่มีความสง่างามนั้น เป็นสีเดียวกับฉลองพระองค์ของฮ่องเต้ (สีเหลือง) ดังนั้นสายพันธุ์ปลาอะโรวาน่าอย่าง สายพันธุ์ทองมาเลย์ (Cross Back Golden) จึงเป็นที่ต้องการและมีราคาสูง

ในบางประเทศทางแถบเอเซีย เช่น จีน ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ และมาเลเซีย ปลาอะโรวาน่า มักจะมีความเกี่ยวพันกับบุคคลที่ร่ำรวยมากๆ หรือมีอิทธิพล โดยเฉพาะผู้ที่เชื่อว่าการเลี้ยงปลาอะโรวาน่าจะทำให้ธุรกิจของเขาเจริญรุ่งเรือง ความเชื่อนี้มาจากการที่น้ำคือแหล่งที่ "พลังชี่" ก่อตัว และปลามังกรจะช่วยเสริมพลังหยางเข้าไปนำมาซึ่ง "เซิงชี่" ในสถานที่นั้นๆ หรือใช้กระตุ้นดาวมงคลใดๆ ก็แล้วแต่ที่ปรากฏขึ้นในบ้าน หรือในสำนักงาน ในบางแห่ง เช่น ฮ่องกง ปลาอะโรวาน่ายังเป็นเครื่องแสดงถึงความมั่งคั่ง และสถานะของบุคคลอีกด้วย

เลี้ยงปลาทองตามหลักฮวงจุ้ย

หลักการเลี้ยงปลาทองตามหลักฮวงจุ้ย

ในสมัยก่อนที่ประเทศจีนคนที่จะเลี้ยงปลาทองได้ จะต้องเป็นเชื้อพระวงศ์,ขุนนาง,พ่อค้าหรือเศรษฐีเท่านั้น เพราะปลาทองสมัยนั้นมีราคาแพงมาก ซึ่งคนธรรมดาไม่สามารถหามาเลี้ยงได้ และการเลี้ยงปลาทองนั้นสามารถบ่งบอกถึงฐานะว่าเป็นอย่างไร  ความเชื่ออย่างหนึ่งก็คือ เชื่อกันว่าถ้าบ้านเรือนใดเลี้ยงปลาทองอยู่ในบ้าน จะเปรียบเสมือนมีทองอยู่ในบ้านและจะนำความร่มเย็น,โชคลาภ,อำนาจและบารมีให้แก่ผู้ที่เลี้ยง  กล่าวได้ว่าน้ำคือความร่มเย็นเป็นสุข และการไหลเวียนของน้ำ คือการทำให้การค้าราบรื่นสุดท้ายคือปลาทองจะนำความมั่งคั่งมาสู่คนเลี้ยง สรุปได้ว่าผู้ใดเลี้ยงปลาทองไว้ในบ้านจะนำความร่มเย็นเป็นสุข ทำมาค้าขายขึ้นเงินทองไหลมาเทมานั่นเองครับ

การเลี้ยงปลาทองเสริมบารมีจะมีปัจจัยอยู่ 4 ข้อ 
1. ลักษณะของตู้ปลา
2.จำนวนปลาที่เลี้ยง
3.สีของปลาที่เลี้ยง 
4.ลักษณะของปลาที่เลี้ยง


1. ลักษณะของตู้ปลาทอง

ตู้ปลาทอง 
ตู้ปลาลักษณะกลม สังกัดธาตุน้ำ ช่วยเลริมพลังของน้ำ ถือว่าเป็นมงคล
ตู้ปลาลักษณะสี่เหลี่ยมยาว สังกัดธาตุไม้ น้ำให้กำเนิดไม้ช่วยให้ไม้เจริญถือได้ว่าเป็นมงคล
ตู้ปลาลักษณะสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ สังกัดธาตุดิน ดินข่มน้ำ จึงไม่ควรใช้
ตู้ปลารูปหกเหลี่ยม เลขหกเป็นธาตุน้ำ แต่มีหลายเหลี่ยมถือว่าสังกัดธาตุไฟ จึงไม่ควรใช้เพื่อนำโชค
ตู้ปลารูปสามเหลี่ยมหรือแปดเหลี่ยม สังกัดธาตุไฟ จึงไม่ควรใช้


2. จำนวนปลาทองที่เลี้ยง

จำนวนปลาทอง 
คนส่วนมากเข้าใจกันว่า เลี้ยงปลาทองควรจะเลี้ยงเป็นเลขคี่จึงจะเป็นมงคล เช่น หนึ่ง,สาม,ห้า,เจ็ด,เก้า เป็นต้น ถ้าเป็นคู่จะไม่เป็นมงคล เช่น สอง,สี่,หก,แปด,สิบ เป็นต้น แต่ในทางฮวงจุ้ยแล้ว จะต้องนำจำนวนปลาทองมาเทียบกับแผนภูมิลั่วซูหรือเหอถู จะช่วยให้ได้ผลที่แน่นอน

จำนวนปลาทองเมื่อเทียบกับแผนภูมิลั่วซู

ปลาทอง หนึ่งตัว เลขหนึ่งสีขาวดาวทันหลัง เป็นดาวมงคลช่วยนำโชค
ปลาทอง สองตัว เลขสองสีดำดาวจวี้เหมิน เป็นดาวอัปมงคล ทำลายโชค
ปลาทอง สามตัว เลขสามสีเขียวมรกตดาวลู่ฉุน เป็นดาวอัปมงคลทำลายโชค
ปลาทอง สี่ตัว เลขสี่สีเขียวขี้ม้าดาวเหวินฉวี่ เป็นดาวมงคลช่วยนำโชค
ปลาทอง ห้าตัว เลขห้าสีเหลืองดาวเหลียนเจิน เป็นดาวอัปมงคลทำลายโชค
ปลาทอง หกตัว เลขหกสีขาวดาวอู๋ฉวี่ เป็นดาวมงคล ช่วยนำโชค
ปลาทอง เจ็ดตัว เลขเจ็ดสีแดงดาวพ่อจวิน เป็นดาวอัปมงคล ทำลายโชค
ปลาทอง แปดตัว เลขแปดสีขาวดาวจั๋วฝู่ เป็นดาวมงคล ช่วยนำโชค
ปลาทอง เก้าตัว เลขเก้าสีครามดาวอิ้วปี้ เป็นดาวมงคล ช่วยนำโชค
ส่วนสิบตัวนั้นจะนับเป็นหนึ่งตัว สิบเอ็ดตัวจะนับเป็นสองตัว ไปเรื่อยๆตามหลักข้างต้น


จำนวนปลาทองตามแผนภูมิเหอถู 
ปลาทอง หนึ่งตัว สังกัดธาตุน้ำ เพิ่มพลังน้ำ น้ำคือปราณนำโชค ถือว่ามงคล
ปลาทอง สองตัว สังกัดธาตุไฟ ทำให้พลังน้ำอ่อน ถือว่าธรรมดา
ปลาทอง สามตัว สังกัดธาตุไม้ ทำให้พลังน้ำอ่อนถือว่าไม่ดี
ปลาทอง สี่ตัว สังกัดธาตุทอง ช่วยเพิ่มพลังน้ำถือว่าเจริญเป็นมงคล
ปลาทอง ห้าตัว สังกัดธาตุดินจะข่มพลังน้ำ ถือว่าไม่เป็นมงคล
ปลาทอง หกตัว สังกัดธาตุน้ำ เพิ่มพลังน้ำ ถือว่าเป็นมงคล
ปลาทอง เจ็ดตัว สังกัดธาตุไฟ บั่นทองพลังน้ำ น้ำสูญเสียพลังถือว่าธรรมดา
ปลาทอง แปดตัว สังกัดธาตุไม้ พลังน้ำถูกถ่ายเท ถือว่าไม่เป็นมงคล
ปลาทอง เก้าตัว สังกัดธาตุทอง เพิ่มพลังให้กำเนิดน้ำ ถือว่าเป็นมงคล
ปลาทอง สิบตัว สังกัดธาตุดิน ข่มพลังน้ำ ถือว่าไม่เป็นมงคล

เมื่อเทียบทั้งสองแผนภูมิแล้ว เราจะเห็นได้ว่าตัวเลขที่เป็นมงคลจริงๆก็คือ หนึ่งตัว, สี่ตัว, หกตัวและเก้าตัว ท่านที่ต้องการเลี้ยงปลาทองนำโชคจำต้องสนใจให้มากๆ แล้วเปรียบเทียบดูครับ

3. สีของปลาทอง

สีปลาทอง  
ปลาทอง สีทองหรือสีขาว สังกัดธาตุทอง ทองให้กำเนิดน้ำ จึงนำโชคได้ 
ปลาทอง สีดำ สังกัดธาตุน้ำ น้ำเสริมน้ำจึงนำโชคได้ 
ปลาทอง สีแดงหรือสีส้ม สังกัดธาตุไฟ ไฟทอนพลังน้ำ นำโชคได้น้อย 
ปลาทอง สีเหลือง สังกัดธาตุดิน ดินข่มน้ำ นำโชคได้น้อยมาก

4. ลักษณะของปลาที่เลี้ยง

ลักษณะปลาทอง
ลักษณะปลาทอง ที่สวยงาม  ถูกต้อง ตามลักษณะของสายพันธุ์ นั้นๆ เป็นอย่างไร มาดูกันครับ


ปลาทองสายพันธุ์ฮอลันดา (Oranda)
ปลาทองฮอลันดา
ลักษณะตามสายพันธุ์ จะแยกอยู่ 2 ประเภท คือ ฮอลันดายักษ์ และ ฮอลันดาปักกิ่ง ในที่นี้จะกล่าวถึงฮอลันดาปักกิ่ง ที่เหมาะสำหรับเลี้ยงในตู้ปลา กล่าวคือ จะต้องเป็นปลาทองที่ได้สมดุลย์ โดยดูจากกระโดงปลาจะต้องตั้งและฐานกระโดงปลาจะต้องแน่น ลำตัวจะต้องกลมได้สัดส่วน จากบนลงล่าง หางไม่ยาวจนเกินไป และหัวจะต้องใหญ่ โดยมีวุ้นปกคลุมในตำแหน่งที่ถูกต้อง ไม่เลอะ คือ วุ้นหน้าผากและวุ้นใต้ดวงตา


ปลาทองสายพันธุ์ริวกิ้น (Fantail)
ปลาทองริวกิ้น
ลักษณะที่ดีโดยสังเกตได้จากด้านบน กระโดงต้องตั้งและฐานใต้กระโดง หรือเรียกกันว่า โหนกจะต้องสูงได้ขนาด มีกล้ามเนื้อที่แน่นรอบๆ โหนกนั้น หน้าจะต้องเล็กเรียวแหลม หางจะต้องไม่ยาวเกินไป แกนหางจะต้องแข็ง และมีเกล็ดปกคลุม รอบโคนหางด้านบน ใบหางจะต้องไม่บาง และที่สำคัญยืนน้ำ ต้องไม่หัวทิ่ม


ปลาทองสายพันธุ์สิงห์ดำตามิด (Siam Black Lionhead)
ปลาทองสิงห์ดำตามิด
เป็นปลาทองสายพันธุ์ที่มีต้นกำเนิดในประเทศไทย ลักษณะที่ดีของปลาสายพันธุ์นี้ คือตัวจะต้องดำสนิทถึงท้องและท้องจะต้องกลม และชิดโคนหาง โดยย้อยออกด้านล่าง ไม่มาก วุ้นจะต้องปกคลุมตาจนมิด หลังจะต้องโค้งเนียน ได้สัดส่วน ใบหางใหญ่ และยืนน้ำได้ดีหัวไม่ทิ่ม เป็นปลาที่เหมาะสำหรับฮวงจุ้ย


ปลาทองสายพันธุ์สิงห์ญี่ปุ่น (Japanese Lionhead)
ปลาทองสิงห์ญี่ปุ่น
เป็นปลาทองสายพันธุ์ที่พัฒนามาจากสิงห์จีน โดยมีลักษณะเด่น คือ หัววุ้นจะขึ้นไม่มาก เหมือนสิงห์จีน โดยจะมีบริเวณหน้าผาก และใต้ดวงตา หรือที่เรียกกันว่า เขี้ยว บริเวณเหงือกจะมีวุ้นไม่มาก หลังจะต้องโค้งเรียบได้สัดส่วน ท้องจะต้องใหญ่ชิดโคนหางและย้อยลงมาเล็กน้อย เวลาว่ายน้ำหน้าจะไม่เชิดขึ้น และยืนน้ำหัวต้องไม่ทิ่ม

หากเกิดมีปลาทองตาย หมายถึงปลาทองตัวนั้น ได้ช่วยรับเคราะห์กรรมแทนผู้ที่เลี้ยง ผู้เลี้ยงจึงควรรีบหา ปลาทองตัวใหม่ มาทดแทนทันทีและควรรีบทำบุญเพื่อเสริมดวงชะตาของผู้ที่เลี้ยง และควรอุทิศส่วนกุศลให้เจ้าปลาทองที่ตายด้วยนะครับ

เท่าที่ทราบมานะครับการเลี้ยงปลาทอง 8 ตัว และสีดำอีก 1 ตัว มีความหมายดังนี้ครับ ปลาทอง 8 ตัว คือหลักการของเลข 8 ที่แสดงถึงความไม่สิ้นสุดครับ เพราะปลาเป็นสีทองทำให้เรามีเงินทองไม่มีที่สิ้นสุด ส่วนปลาสีดำ 1 ตัว คือหลักตามประเทศไทยครับที่นับถือว่าเลข 9 เป็นเลขมงคล เพราะฉะนั้นการร่วมกันของทั้ง 2 ศาสตร์จึงเป็นเรื่องที่มงคลอย่างยิ่ง และยังมีศาสตร์ของน้ำ คือ การไหลเวียนของน้ำทำให้มีเงินทองไหลเวียน ตลอดครับ การวางตู้ควรวางหันหน้าไปทางทิศตะวันออกครับ แต่ถ้าวางกลับกับความหมายก็จะกลับกันเป็นตรงกันข้ามครับ

ปลาทองกับฮวงจุ้ย

ความเชื่อเรื่องปลาทองกับฮวงจุ้ย

ปลาทองกับฮวงจุ้ย
ในช่วงเทศกาลตรุษจีน ความเชื่อของคนจีน กับหลักทางฮวงจุ้ยเป็นเรื่องที่แยกกันแทบไม่ออกเลยล่ะครับ แต่สำหรับคนไทยเชื้อสายจีนแล้ว ฮวงจุ้ยก็ถือเป็นความสำคัญอย่างหนึ่งในการดำเนินชีวิตให้ถูกทาง หรือนำมาเป็นแบบแผน นำมาเป็นข้อปฏิบัติ ในการดำเนินชีวิตเลย ก็ว่าได้

ซินแสอีกทานหนึ่ง ซึ่งเป็นคนดังแห่งจังหวัดชลบุรี ท่านชื่อ "ซินแสหวาง" (อากงหวาง) ท่านเป็นคนหนึ่งที่ได้รับการไว้วางใจ จากตระกูลนักธุรกิจคนไทยเชื้อสายจีนหลายคนครับ ยกตัวอย่าง เช่น พรประภา, เตชะ ไพบูลย์ ฯลฯ ตลอดจนนักการเมืองต่างๆ ให้เป็นผู้ดูแลฮวงจุ้ย ดูหลักชัยภูมิ ดูทิศทางต่างๆ ให้

สำหรับซินแสหวางท่านนี้แล้ว ไม่ชอบเปิดเผยตัวเองเท่าใดนักครับ แต่เมื่อถึงเทศกาลตรุษจีนต้อนรับปีหมู ซินแสหวางท่านก็ได้แนะนำหลักในการเลี้ยงปลาสวยงามเพื่อเสริมดวงชะตาให้กับ "ประชาชาติธุรกิจ" ในงาน "มหกรรมปลาฮวงจุ้ย" ที่จัดขึ้น ณ อะควาติน่า ศูนย์ค้าปลาสวยงามชั้น 3 เสรีเซ็นเตอร์ ซึ่งปัจจุบันดูเหมือนว่า การเลี้ยงปลาเพื่อเสริมดวง เสริมโชคลาภ บารมี ก็ยังคงได้รับความนิยมอยู่มาก โดยเฉพาะบรรดานักธุรกิจหลายราย ที่หันมาสนใจเลี้ยงปลาอย่างเป็นจริงเป็นจังเลยทีเดียว

โดยหลักๆ แล้ว ปลาเสริมดวงที่นิยมกันนั้นมีอยู่ 4 ชนิดคือ

1. ปลาทอง (จิน หยู)
สำหรับปลาทอง นิยมเลี้ยงเพื่อให้เงินทองไหลมาเทมาครับ เทคนิคการเลี้ยงก็คือ ให้เลี้ยงปลาทองจำนวน 9 ตัว (ปลาทอง 8 ตัวเป็นสีแดง และปลาทองอีก 1 ตัวเป็นสีดำ)

2. ปลาหมอสี
เชื่อว่าจะส่งผลให้อายุยืน บังเกิดความมั่นคงมั่งคั่ง 

3. ปลามังกรหรือปลาอะโรวาน่า
เสริมดวงเสริมบารมี เหมาะกับนักธุรกิจหรือข้าราชการที่ต้องการเลื่อนตำแหน่ง การงานก้าวหน้า และเป็นที่น่าเกรงขาม มีบุญมีบารมี

4. ปลาคาร์ป
เหมาะกับผู้ที่ค้าขายช่วยให้มีผลกำไรและประสบความสำเร็จในด้านต่างๆ

การวางตำแหน่งของตู้ปลาที่เราเลี้ยงก็สำคัญครับ การวางตำแหน่งของตู้ปลาต้องวางทางทิศเหนือ และอยู่ด้านซ้ายมือของบ้าน (ขณะยืนหันหน้าออกนอกบ้าน) จึงจะเหมาะที่สุดครับ โดยลักษณะของตู้ปลาหากจะวิเคราะห์ตามหลักธาตุทั้งห้าแล้ว จะเห็นว่าลักษณะที่เป็นมงคลมากที่สุดคือ ตู้ปลารูปทรงกลม และรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า

ซินแสหวางยังฝากบอกอีกว่า การวางฮวงจุ้ยในการเลี้ยงปลาจะให้ดี ต้องขึ้นอยู่กับเจ้าบ้านเป็นหลัก และถ้าจะตรวจฮวงจุ้ยอย่างละเอียดอาจต้องดูหลายสิ่งประกอบกัน ทั้งชื่อ เพศ วันเกิด ธาตุ ราศี ตำแหน่งบ้าน ทิศทางของบ้าน อาชีพ

บางทีความเชื่อก็ขึ้นอยู่กับตัวเราเองด้วยครับ หากเราทำสิ่งที่เรารัก เราชอบ แล้วเราสบายใจ ก็มีความสุขโดยปริยายแล้วใช่ใหมครับ



การเพาะขยายพันธุ์ปลาทอง

วิธีการเพาะขยายพันธุ์ปลาทอง

เพาะขยายพันธุ์ "ปลาทอง"
ในการเพาะพันธ์ปลาทอง  ควรจัดภาชนะที่ใช้เพาะปลาทองโดยเฉพาะ ซึ่งมีเนื้อที่อย่างน้อย 1 ตารางเมตร และลึก 20 เซนติเมตร และสำหรับบ่อเพาะควรล้าง และทำความสะอาดอย่างดี ไม่มีศัตรูของปลา เช่น ปลาเล็กๆหรือหอย ฯลฯ ไข่ปลาทอง เป็นไข่ ประเภทไข่ติด ดังนั้นการเพาะพันธ์ควรใช้สาหร่าย หรือเชือกฟางพลาสติกเป็นวัสดุที่ให้ไข่ปลาทองได้เกาะ
สำหรับอัตราการเพาะพันธุ์ปลาทองควรใช้ปลาทองตัวเมีย 1 ตัว ต่อตัวผู้ 2 ตัว เพราะไข่ปลาตัวเมียมีปริมาณมาก การใช้ปลาทองตัวผู้มากกว่าตัวเมีย จะทำให้อัตราการผสมของไข่ดีขึ้น เวลาที่ปลาทองลงบ่อเพาะควรเป็นเวลาเย็นนะครับ เพื่อให้ปลาทองผสมพันธ์วางไข่ในเช้ารุ่งขึ้น เราไม่ควรให้อาหารปลาทองในขณะเพาะพันธ์นะครับ แต่ควรให้ออกซิเจนหรือปั๊มอากาศ ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่าจะมีออกซิเจนในน้ำเพียงพอหรือไม่
หลังจากที่ปลาทองวางใข่แล้วให้ย้ายพ่อแม่ปลาออกทันที แล้วย้ายไข่ไปฟักในภาชนะที่มีน้ำคุณภาพดี ส่วนน้ำในบ่อเพาะควรเปลี่ยน และดูดตะกอนออกเสีย เพราะยังมีไข่ที่ผสมแล้วร่วงอยู่ที่พื้นจำนวนมาก ไข่ปลาทองมีสีเหลืองโปร่งแสง เวลาฟักเป็นตัวเวลา 2 วัน ในอุณหภูมิ 25-28 องศาเซลเซียส ลูกปลาทองวัยอ่อนจะใช้อาหารจากถุง ไข่แดงที่ติดตัวประมาณ 1-2 วัน หลังจากนั้น จะเริ่ม กินอาหารขนาดเล็กๆ เช่น ไรน้ำ ลูกปลาทองที่ได้รับการดูแลอย่างดี มีขนาด 1-2 นิ้ว ในเวลา 2 เดือน การเพาะพันธ์ปลาทอง ควรใช้ปลาทองพันธ์เดียวกันเป็นพ่อแม่พันธุ์ แม้ว่าปลาทุก ๆ พันธุ์ จะสามารถผสมกันได้ แต่ก็จะได้ลูกปลาที่มีลักษณะแปลก ๆ ไม่สวยงามตามที่นักเลี้ยงปลานิยม

ก่อนนำปลาทองเข้าตู้

สิ่งควรรู้ ก่อนนำปลาทองเข้าตู้

การนำปลาทองเข้าตู้
หลังจากที่เราได้เลือกซื้อปลาทอง ที่มีความสมบูรณ์ แข็งแรงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การนำปลาทองมาใส่ตู้  ก็ยังมีขั้นตอนอีกเล็กน้อย ที่จะลืมไม่ได้อย่างเด็ดขาด นั่นก็คือขั้นตอนการนำ ปลาทองเข้าตู้นั่นเองครับ สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เคยเลี้ยงปลามาก่อน อย่าเพิ่งใจร้อนเติมน้ำตู้ปลาเสียก่อนล่ะ และอย่าเพิ่งเทปลาทองลงตู้ในทันทีนะครับ เราจำเป็นที่จะต้องให้เจ้าปลาทองตัวน้อย ได้ปรับตัวเสียก่อน และน้ำที่มาใส่ตู้ปลานั้น ถ้าเป็นน้ำปะปา จำเป็นที่จะต้องพักน้ำก่อน อย่างน้อย 3 ชั่วโมง เพื่อให้คลอรีนที่เป็นอันตรายกับเจ้าปลาทองตัวน้อย ระเหยออกไปก่อน หรือ ถ้าเป็นน้ำบาดาลที่มีปริมาณคาร์บอนไดออกไซต์ละลายอยู่ในน้ำในปริมาณสูง ก็เป็นอันตรายต่อเจ้าปลาทองตัวน้อย ได้เช่นกัน ซึ่งจำเป็นที่จะต้องพักน้ำเช่นเดียวกันครับ

หลังจากเราได้พักน้ำแล้ว สภาพน้ำที่แตกต่างระหว่างน้ำในตู้ปลา และน้ำจากถุงที่เรานำปลาทองมานั้น มีสภาพที่ต่างกัน เราจำเป็นต้องให้เจ้าปลาทองตัวน้อย ปรับตัวก่อนโดนการที่เราน้ำถุงใส่ปลาทองไปใส่ในตู้ปลา หรืออาจจะนำปลาทองถ่ายใส่ถังเล็กๆก่อนก็ได้ โดยใช้เวลาประมาณ ประมาณ 15 - 20 นาที เพื่อให้อุณหภูมิในตู้ปลา และ ถุงที่ใส่ปลาทองมีอุณหภูมิเท่ากัน จากนั้นเราเอาน้ำบางส่วนจากในตู้มาผสมกันน้ำในถุงที่ใส่ปลาทอง และ นำน้ำจากในถุงปลาทองบางส่วนแบ่งไปใส่ในตู้เช่นกัน

ส่วนสำหรับผู้ที่เลี้ยงปลาทองอยู่แล้ว อาจจะเห็นว่าเป็นวิธิพื้นๆที่ทำเป็นประจำอยู่แล้ว โดยเฉพาะตอนที่ต้องทำความสะอาดตู้ปลาทอง แต่การนำปลาทองใหม่เข้ามาอยู่กับเจ้าปลาทองตัวน้อยเดิมนั้นมีขั้นตอนที่มากกว่านั้น ซึ่งก็คือ เราจำเป็นที่จะต้ององนำเจ้าปลาทองตัวน้อยที่ได้มาใหม่นั้น เลี้ยงแยกดูอาการไว้ก่อนครับ  เพราะเจ้า "ปลาทอง" ตัวน้อยที่ได้มาใหม่อาจจะมีโรคร้ายติดมาก็เป็นได้ โดยปกติแล้ว เราอาจจะเลี้ยงแยกดูอาการไว้ก่อนสัก 3-7 วัน ก่อนที่จะนำปลาทองที่ได้มาใหม่ปล่อยรวมเข้าไปในตู้ ซึ่งจะเป็นการปลอดภัยสำหรับเจ้าปลาทองตัวน้อย ของเราเองด้วยครับ

อาหารสำหรับเลี้ยงปลาทอง

อาหารสำหรับเลี้ยงปลาทอง
อาหารสำหรับ ปลาทอง ก็มีหลากหลายชนิดให้คุณได้เลือกดังต่อไปนี้

1. อาหารตามธรรมชาติ  
ปลาทอง เป็นปลาที่กินอาหารได้ทั้งสัตว์และพืช แต่ ปลาทอง จะชอบกินสิ่งมีชีวิต ประเภท ลูกน้ำและ ไรแดง มากเป็นพิเศษครับ เพราะให้โปรตีนในปริมาณที่สูง เหมาะกับการเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ ปลาทอง ในปัจจุบันหนอนแมลงวัน ก็เป็นอาหารอีกชนิดที่นิยมนำมาเป็นอาหารสำหรับเลี้ยงปลาทอง

ข้อดีของอาหารที่มีชีวิต
1. ปลาทอง จะมีเอนไซม์ช่วยย่อย ทำให้ปลาทองสามารถย่อยและทานได้ตลอดเวลา
2. อาหารที่มีชีวิตมี กรดอะมิโนที่สำคัญ และจำเป็น ช่วยให้ปลาทองเจริญเติบโตได้ดี
3. มีสารสีต่าง ๆ แบบธรรมชาติ ช่วยในการป้องกันและสร้างภูมิต้านทานโรคซึ่งปลาทอง ผลิตไม่ได้เองตามธรรมชาติ
4. มีราคาถูกกว่า อาหารปลาทอง เม็ดสำเร็จรูป

2. อาหารปลาทองสำเร็จรูป ได้แก่ 
อาหารเม็ด ที่มีขนาดเล็กเป็นอาหารที่เหมาะกับ ปลาทอง
การเลือกอาหารเม็ด ควรเลือกอาหารที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนสูงซึ่งทำให้ปลาทองเติบโตได้ดีและมีสีสันสวยงามโดยทั่วไป
โดยส่วนประกอบของอาหารปลาทองสำเร็จรูปควรมี โปรตีน ประมาณ 40 - 50 เปอร์เซ็นต์

ข้อดีของอาหารปลาทองสำเร็จรูป 
1. สะดวก สบาย และ ไม่ยุ่งยากในการจัดเตรียมอาหารให้ปลาทอง
2. อาหารสำเร็จรูป บางชนิด มีการเสริมสารเร่งสี ทำให้ปลาทองมีสีสันสวยสด งดงาม
3. มีปริมาณ สารอาหารที่แน่นอน สามารถควบคุมการกินอาหารของปลาทองได้ง่าย

การให้อาหารปลาทอง เราควรคำนึงถึง ปริมาณอาหารที่ให้ โดยปริมาณ อาหารที่ให้ ควรให้วันละ 3 -5 เปอร์เซ็นต์ ของน้ำหนักปลาทอง การให้อาหาร โดยเฉพาะอาหารปลาทองชนิดเม็ดสำเร็จรูป ควรให้ในปริมาณที่ไม่มากเกินไปนัก โดยควรให้ปลาทองกินให้หมดภายใน 15 นาที ไม่เช่นนั้นแล้ว น้ำในตู้ปลาทองอาจจะเกิดการเน่าเสียได้เช่นกัน ซึ่งจะทำให้เกิดโรคแก่ปลาทอง โดยอาจจะแบ่งให้อาหารปลาทองวันละหลายรอบก็ได้

การจำแนกเพศปลาทอง

หลักในการจำแนกเพศปลาทอง
เพศปลาทอง
การที่เราจะดูว่า "ปลาทอง" ที่เราเลี้ยงไว้นั้นเป็นเพศผู้ หรือเพศเมีย นั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลยครับ หลายคนคงมีสงสัยในใจอยู่แล้ว ว่าปลาทองนั้นดูเพศได้อย่างไร เพราะดูๆแล้ว ปลาทองดูยังไง ก็หน้าตาเหมือนๆกันไปหมด แล้วจะรู้ได้อย่างไรล่ะ..ว่าตัวไหนเพศผู้ตัวไหนเพศเมีย จริงๆแล้ว ผู้เลี้ยงปลาโดยทั่วไป ก็สามารถแยกเพศปลาทองได้ด้วยวิธีง่ายๆครับ

วิธีการดูเพศของปลาทอง หากเราดูที่ลักษณะภายนอกของลำตัวปลาทอง แล้วจะจะหาความแตกต่างไม่แทบไม่พบเลย การแยกเพศจะทำได้ก็ต่อเมื่อปลามีการเจริญเติบโตเต็มวัย โดยต้องเลี้ยงปลาทองไว้ประมาณ 6 - 8 เดือน ขึ้นไป

วิธีสังเกตเพศปลาทอง คือ ปลาทองเพศผู้จะมีตุ่ม หรือจุดเล็กๆสีขาว เกิดขึ้นบริเวณ เหงือก และ ก้านครีบอันแรกของครีบช่วงอก ซึ่งถ้าสังเกตดีๆจะพอเห็นได้ และสามารถเห็นได้ชัดเมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ของปลาทอง แต่ในช่วงนอกฤดูกาลผสมพันธุ์ ตุ่มพวกนี้จะมีขนาดเล็กสังเกตและได้ค่อนข้างยาก แต่ก็สามารถแยกเพศได้โดยการสัมผัส โดยใช้มือลูบเบาๆที่ครีบอก ถ้าเป็นปลาทองเพศผู้จะรู้สึกสากมือเนื่องจากมีตุ่มดังกล่าว แต่ถ้าเป็นปลาเพศเมียจะรู้สึกว่าครีบอกนั้นจะลื่น

นอกจากนี้ ยังมีวิธีสังเกตเพศปลาทองอีกวิธีหนึ่งคือ ในช่วงที่ปลาทอง มีความพร้อมในการผสมพันธุ์ คือปลาเพศเมียมีไข่แก่ และปลาเพศผู้มีน้ำเชื้ออุดมสมบูรณ์ ถ้าจับที่บริเวณท้องของเพศเมียจะรู้สึกว่าค่อนข้างนิ่ม และที่ช่องเพศจะขยายตัวนูนสูงขึ้น ส่วนปลาเพศผู้ถ้าลองรีดที่บริเวณท้องลงไปทางช่องเพศ จะเห็นว่ามีน้ำเชื้อซึ่งเป็นสีขาวขุ่นคล้ายน้ำนม ไหลออกมาเล็กน้อยได้ นอกจากนี้ในช่วงผสมพันธุ์ เราสามารถที่จะสังเกตจาก พฤติกรรมของปลาทองได้ด้วย คือ ตัวผู้มักจะไล่ตามตัวเมีย

ตามความเป็นจริงแล้วปลาทอง ตัวผู้และตัวเมีย มีความแตกต่างกันอีกในหลายๆอย่าง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนักในการที่จะจำแนก เช่น ตัวเมียจะมีลักษณะที่ใหญ่และอุ้ยอ้ายกว่าตัวผู้ที่ดูตัวเล็กกว่า และ ในส่วนครีบหน้าอกของปลาตัวผู้จะมีลักษณะที่เรียวยาวกว่าตัวเมีย ที่มีคลีบกลม และหนากว่า ซึ่งถ้าหากคุณไม่มีความชำนาญในการดูลักษณะปลาทองก็จะดูไม่ค่อยออกเท่าไรนัก

ข้อควรรู้ในการเลือกซื้อปลาทอง

สิ่งที่ควรรู้ ในการเลือกซื้อปลาทอง
เลือกซื้อปลาทอง
การเลือกซื้อ "ปลาทอง" ไม่ใช่เรื่องยากและก็ไม่ใช่เรื่องง่าย คุณควรคำนึงถึงลักษณะรูปทรงตามสายพันธุ์ต่าง ๆ ของปลาทอง เลือกซื้อปลาทองจากร้านที่ได้มาตรฐาน ภายในร้านมีการดูแลเอาใจใส่ปลาเป็นอย่างดี ข้อสำคัญต้องสังเกตว่าปลาจะต้องไม่เป็นโรค ถ้าเกิดเจอปลาในตู้ใดที่เลือกอยู่มีปลาที่มีลักษณะส่อถึงการเกิดโรคแล้วไม่ ควรซื้อปลาในตู้นั้นโดยเด็ดขาด แม้ว่าจะมีปลาที่ได้เลือกในตู้นั้นแล้วสมบูรณ์และสวยงามมากก็ตาม ควรเปลี่ยนตู้ใหม่หรือเปลี่ยนร้านไปเลยก็ได้ ควรเปรียบเทียบราคาปลาทองแต่ละร้านไม่ควรรีบร้อนตัดสินใจ ทั้งด้านราคาหรือคุณภาพ แต่ถ้าหากเจอปลาที่ดีแล้วหละก็ไม่ควรรีรอ เพราะอาจถูกแย่งไปต่อหน้าต่อตา โดยเฉพาะห้ามพาเพื่อนที่มีความต้องการปลาทองเหมือนคุณไปเลือกซื้อปลาทองด้วย กัน เพราะอาจถูกแย่งได้ สิ่งที่สมควรพาไปด้วยมากที่สุดคือผู้ที่มีความรู้เรื่องปลาทองในด้านการดู ลักษณะและสามารถให้ความรู้กับคุณได้หรือมีประสบการณ์ด้านการเลี้ยงปลาทอง ถ้าหากคุณยังไม่มีประสบการณ์มากนักและไม่มีผู้ให้คำปรึกษา ขอแนะนำให้ซื้อปลาทองที่มีราคาไม่แพงนัก ราคาถูก มีลักษณะดี หรือปลาทองขนาดเล็กที่มีราคาไม่แพงมาฝึกเลี้ยงก่อนก็จะดี ข้อจำเป็นอีกประการก่อนซื้อปลาทองไปเลี้ยงควรเตรียมอุปกรณ์และภาชนะที่จะใช้ เลี้ยงรวมถึงน้ำที่จะใช้ให้พร้อมก่อนไปซื้อปลา อีกทั้งขนาดของภาชนะที่จะเลี้ยงกับขนาดและจำนวนของปลาทองด้วย อย่าหลงเชื่อว่าปลาทองที่มีราคาแพงจะต้องเป็นปลาที่ดีเสมอไป หรือปลาทองที่มาจากต่างประเทศจะเป็นปลาที่ถูกต้องตามลักษณะและเป็นปลาทองที่ ดี ปลาทองที่มีราคาถูกกว่าหรือปลาทองที่เพาะเลี้ยงในประเทศก็เป็นปลาทองที่ดีได้เช่นกัน

การเลือกซื้อปลาทอง

หลักในการเลือกซื้อปลาทอง

เลือกซื้อปลาทอง..อย่างไรดี
หากคุณคิดว่าจะซื้อปลาทองไว้ดูเล่น ถ้าไม่จำเป็นอะไรมากนักคุณควรมีหลักง่าย ๆ ในการเลือกซื้อ "ปลาทอง " คือ
สิ่งที่คุณควรคำนึงถึงข้อแรก ในการเลือกซื้อปลาทอง 
 คุณควรเลือกซื้อปลาทองจากร้านค้าปลาทองหรือฟาร์มปลาทองที่มีความน่าเชื่อถือ และคุณควรมีความสามารถที่จะดูลักษณะปลาทองตามสายพันธุ์ที่คุณจะเลี้ยงไว้พอสมควรหรือจะหาผู้ที่มีความสามารถที่จะดูลักษณะปลาไปเป็นเพื่อนช่วยเลือกซื้อปลาทอง ข้อสำคัญควรสอบถามราคาปลาทองแต่ละชนิดไว้เป็นข้อเปรียบเทียบความแตกต่างกัน ด้วย
สิ่งที่คุณควรคำนึงถึงข้อสอง ในการเลือกซื้อปลาทองคุณควรเลือกซื้อปลาทองที่แข็งแรงปราศจากโรค หรือปลาทองที่ได้รับความกระทบกระเทือนจากการขนส่ง โดยสังเกตุการว่ายน้ำของปลาจะต้องว่ายน้ำตลอดเวลาไม่อยู่นิ่ง ๆ และการว่ายน้ำนั้นต้องไม่ผิดปกติ เช่นว่ายหมุนควงสว่านหรือตีลังกา หรือว่ายสั่นกระตุก หรือว่ายเร็วผิดปกติเอาลำตัวเสียดสีกับตู้ไปมา คุณควรเลือกซื้อปลาที่มีความกระตือรือร้น มีการเคลื่อนไหวไปมาปกติ การทรงตัวของปลามีการใช้ครีบทรงตัวปกติ และการว่ายน้ำใช้ครีบทุกครีบในการว่าย คุณอาจใช้วิธีทำให้ปลาตกใจโดยการใช้กระชอนไล่จับปลาช้า ๆ สลับกับเร็ว ๆ สังเกตุการเคลื่อนไหวในการหนีของปลา ปลาทองที่ดีจะต้องหนีได้รวดเร็วและการหนีนั้นเป็นไปอย่างนุ่มนวล ห้ามซื้อปลาที่ว่ายหนีไปทางนี้ทีทางโน้นทีอย่างทุรนทุรายพุ่งขึ้นพุ่งลง ปลาทองที่ว่ายน้ำหัวทิ่มว่ายดิ่งลงก้นตู้ไม่ว่ายขนานกับตู้ หรือว่ายน้ำไม่ใช้ครีบทุกครีบในการว่ายเป็นอีกข้อห้ามในการเลือกซื้อปลาทอง ด้วย ถึงแม้ปลาจะสวยบาดใจคุณขนาดใหนก็ตาม
สิ่งที่คุณควรคำนึงถึงข้อสาม ในการเลือกซื้อปลาทอง
หลีกเลี่ยงการซื้อปลาที่มีลักษณะผอมแห้งหรืออ้วนผิดรูปทรง ครีบไม่ครบ ครีบที่เป็นคู่นั้นสั้นข้างยาวข้างเล็กบ้างใหญ่บ้าง แม้ว่าเจ้าของร้านจะบอกอย่างเข้มแข็งว่าผอมอย่างนี้เป็นปลาตัวผู้ที่อ้วน ๆ ปลาตัวเมีย หรือว่าเลี้ยงไว้จำนวนมากอาหารไม่ทั่วถึงเลยผอม ปลาที่มีลักษณะผอมมักมีโรคซ่อนอยู่มักเลี้ยงไม่โตและอ่อนแอ ปลาที่อ้วนอาจเป็นปลาท้องอืดมีลมในกระเพาะเป็นสาเหตุให้ทรงตัวไม่ดีในอนาคต อีกอย่างที่ควรคำนึงถึงเมื่อคุณเดินเข้าร้านขายปลาควรใช้ความสังเกตมองดู ให้ทั่ว ๆ เหลือบมองลงในถังขยะบ้างก็ดีว่ามีปลาตายบ้างหรือไม่ ตามตู้ปลามีปลาตายอยู่หรือไม่ ถ้าเห็นเช่นนั้นแล้วพึงควรหลีกเลี่ยงไว้ด้วย ปลาทองที่ดีและไม่เป็นโรคนั้นสังเกตได้จากความสดใสบนตัวปลาจะต้องไม่มีรอย ขีดขูดใด ๆ เกล็ดต้องมีความแวววาวและเป็นระเบียบ ครีบทุกครีบต้องไม่ขาดวิ่นหรือเปื่อย หรือมีจุดตกเลือดตามลำตัวครีบและหางอีกทั้งไม่มีสิ่งแปลกปลอมเกาะติดตามตัว หรือมีจุดใด ๆ ปูดโปนออกมา ดวงตาสดใสไม่ขุ่นมัว มีสีสันสดใส ในกรณีที่มีปลาในตู้ใดมีสิ่งผิดปกติตามที่กล่าวมาควรเปลี่ยนไม่เลือกซื้อปลา ในตู้นั้น เพื่อป้องกันการซื้อปลาทองที่เป็นโรคหรือนำโรคปลาทองกับไปแพร่ยังปลาที่บ้าน

เริ่มต้นเลี้ยงปลาทอง

เริ่มต้นเลี้ยงปลาทองอย่างไรดี

ปลาทอง 
 
การเลี้ยงปลาทอง ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอย่างที่คิดครับ การเลี้ยงปลาทองสามารถเลี้ยง ได้ทั้งในบ่อ และในตู้ปลา แต่สิ่งที่สำคัญสำหรับ การเลี้ยงปลาทองก็คือ อ็อกซิเจน ปริมาณปลากับพื้นที่สำหรับเลี้ยงก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่มีความสำคัญ ต่อสุขภาพของปลา ซึ่งถ้าปลาทองอยู่ในพื้นที่ที่มีจำนวนปลาหนาแน่น จะทำให้ปลาเกิดอาการเครียดขึ้นได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดก่อนที่จะเลี้ยงปลาทอง คือ ผู้เลี้ยงจะต้องมีความพร้อมในการเลี้ยง และมีความรัก ต่อปลาทองที่ตัวเองได้เลี้ยงเอาไว้


ปลาทอง คือ สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่ง เหมือนสัตว์เลี้ยงอื่นๆ ที่ต้องการการดูแลเอาใจใส่ และจำเป็นที่เราต้องให้อาหารเป็นประจำ ตู้เลี้ยงปลา หรือ บ่อเลี้ยงปลา ก็เหมือนบ้านของปลาที่เราจำเป็นต้องดูแลเอาใจใส่ ซึ่งเราจำเป็นต้องช่วยทำความสะอาดให้สะอาดอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการล้างตู้ปลา ซึ่งก็ไม่ใช่งานที่ง่ายนัก ซึ่งความสะอาดก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่สำคัญ ต่อสุขภาพปลาทอง นอกจากนี้ยังมีโรคต่างๆ ที่สามารถทำให้ปลาทองตัวโปรดของเราป่วยหรือไม่สบายได้

ดังนั้นก่อนจะเลี้ยงปลาทอง หรือ สัตว์เลี้ยงประเภทอื่นๆ ควรพิจารณา และเตรียมตัวที่จะเลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่เราชื้นชอบให้รอบคอบ เพราะสัตว์เลี้ยงเหล่านั้น ต้องอยู่กับเราไปอีกหลายปี ซึ่งสำหรับปลาทองอาจจะอยู่กับเราไปนานได้ถึง 20 ปีเลยทีเดียว
 
หัวใจหลักของการเลี้ยงปลาทอง คือ การเลือกซื้อปลาทองให้ได้ตามลักษณะสายพันธุ์ที่คุณจะเลี้ยงก่อนครับ แต่ถ้าหากคุณสามารถเลือกซื้อปลาทองได้ดีแล้ว คุณก็คือผู้หนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการเลี้ยงปลาทองไปแล้วไม่มากก็น้อย 

เมื่อคุณตัดสินใจแล้วว่าจะเลี้ยงปลาทองคุณควรศึกษาหาความรู้ในด้านการดูลักษณะของปลาทองตามชนิดหรือสายพันธุ์ที่คุณจะเลี้ยงให้ดีก่อน คุณควรมีหลักในการเลือกซื้อไว้บ้าง มิฉะนั้นคุณอาจจะต้องเสียใจ การซื้อปลาทองตั้งแต่เล็ก ๆ โดยไม่ใส่ใจสิ่งใดเลย เมื่อปลาโตขึ้นคุณอาจต้องพบกับความผิดหวังเพราะปลาที่เลี้ยงไว้นั้นไม่สวยงามอย่างที่คุณอยากให้เป็น หรือมีลักษณะที่พิการ บางทีอาจหมดกำลังใจเลิกเลี้ยงไปเลยก็เป็นได้ แต่ตรงกันข้ามถ้าหากคุณเลือกซื้อปลาทองไห้ได้ตรงตามลักษณะตามสายพันธุ์แล้ว โอกาสที่คุณจะได้ปลาทองที่ดีและมีคุณภาพนั้นก็มีมากขึ้น ไม่แน่คุณอาจจะผสมพันธุ์ปลาทองขายเองเลยก็ได้

พันธุ์ปลาทอง

สายพันธุ์ปลาทอง

ชาวญี่ปุ่นนับเป็นชนชาติแรก ที่รู้จักวิธีการผสมพันธุ์ปลาทอง แต่ละสายพันธุ์ยังถูกแยกออกไปอีก เป็น อีกหลายพันธุ์ ตามสี ตามลักษณะหาง หัว ซึ่งปัจจุบัน ถูกผสมข้ามสายพันธุ์ มีลักษณะแตกต่างกันออกไปดังนี้ครับ


ปลาทองพันธุ์เกล็ดแก้ว
1.ปลาทองพันธุ์ทองเกล็ดแก้ว (Pearl scale GoldFish) แหล่งกำเนิด ประเทศจีนปลาทองเกล็ดแก้วมีลักษณะเด่นที่มีลำตัว สั้นป้อม ส่วนมากจะกลม เกล็ดจะหนานูนขึ้น แตกต่างจาก ปลาทองพันธุ์อื่น ๆ ตรงส่วนหัวอาจจะมี หรือ ไม่มีวุ้น ก็ได้ ปลาทองชนิดนี้เป็นปลาที่ต้องการ การเอาใจใส่ เป็นพิเศษ เพราะเป็นปลาที่ค่อนข้าง จะบอบบาง กินอาหารง่าย ไม่ควรเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่น

ปลาทองพันธุ์ออแรนดา


2.ปลาทองพันธุ์ออแรนดา (Oranda goldfish)  แหล่งกำเนิด ประเทศจีน ปลาทองออแรนดาเป็นปลาที่มีช่วงลำตัวยาว ครีบทุกครีบยาว โดยเฉพาะครีบหาง เป็นครีบที่ยาว เป็นพวง สวยงาม บริเวณหัวอาจจะมีวุ้นหรือไม่มีก็ได้ เป็นปลาที่สามารถเจริญเติบโต มีขนาดใหญ่กว่าปลาทอง ชนิดอื่น ปลาชนิดนี้เลี้ยงง่ายเป็นที่รู้จักกันทั่วไป กินอาหารจำพวกลูกน้ำ,ไร, อาหารเม็ด สามารถเลี้ยง รวมกันกับปลาทองชนิดอื่นได้

3.ปลาทองพันธุ์ทองหัวสิงห์ (Lion head goldfish) แหล่งกำเนิด ประเทศจีนปลาทองหัวสิงห์เป็นปลาทองชนิดที่ ได้รับความนิยมมากในหมู่ผู้เลี้ยงปลา เพราะมีลักษณะที่น่ารัก ลำตัวกลม ไม่มีครีบหลัง มีอยู่ 2 สายพันธ์ คือ สิงห์จีน และสิงห์ญี่ปุ่น ความแตกต่างสิงห์จีนจะหัวใหญ่ มีวุ้นหนา ลำตัวยาว ส่วนสิงห์ญี่ปุ่นจะมีส่วนหัว ที่เล็กกว่า ส่วนใหญ่ไม่มีวุ้น ลำตัวสั้น หลังจะโค้งมน หางสั้น และเชิดขึ้น ดูสง่างาม ปลาทองหัวสิงห์ เป็นปลาที่เลี้ยงง่าย กินลูกน้ำ ไรแดง ไข่ การเลี้ยงปลาชนิดนี้ ให้ได้ดี ควรเลี้ยงในอ่างตื่นๆ ลึกไม่เกิน 8 นิ้ว

ปลาทองพันธุ์ริวกิ้น

 4.ปลาทองพันธุ์ริวกิ้น (Veiltail goldfish) ปลาทองริสกิ้นเป็นปลาที่ได้รับความนิยมจากผู้ที่เลี้ยงปลา เนื่องจาก มีรูปทรง ที่สวยงาม ลำตัวป้อมสั้น ท้องใหญ่ หางยาวเป็นพวง ส่วนหัวสูงลำตัวเป็นสีส้ม หรือส้มแดงปนขาว เวลาว่ายน้ำจะเป็นท่วงท่า ที่ สง่างาม ปลาชนิดนี้มีทั้งที่สั่งมาจากประเทศญี่ปุ่น และเพาะพันธุ์ขึ้นเอง ในประเทศไทย ตู้ที่เลี้ยงปลา ชนิด นี้ ต้องเป็นตู้ที่มีน้ำใสสะอาด ไม่ควรให้เย็นเกินไป ปลาชนิดนี้ ชอบกินอาหารพวกลูกน้ำ, อาหารสำเร็จรูป


ปลาทองพันธุ์ชูบุงกิง
     
5.ปลาทองพันธุ์ชูบุงกิง (Shubunkin goldfish) ปลาทองชุงบุงกิง หรือตลาดค้าปลาสวยงามเรียกว่า ชูบานกิ้น เป็นปลาทองที่มีลักษณะเด่น ที่มีครีบหาง เดี่ยว แยกเป็นสองแฉก ลำตัวเรียวยาว ลำตัวส่วนมากมีสีส้ม ส้มแดง แดงขาว อาจจะมีสีดำประบ้าง ปลาทอง ชนิดนี้เลี้ยงง่าย เป็นปลาที่มีความทนทานมาก กินอาหาร เก่ง กินได้แทบทุกประเภท ปลาทองชนิดนี้ จึงเป็นที่นิยมเลี้ยงกันอีกชนิดหนึ่ง เป็นปลาที่กินอาหารง่าย ชอบพวก ลูกน้ำ ไร และอาหารสำเร็จรูป


ปลาทองพันธุ์ทองเล่ห์

 6.ปลาทองพันธุ์ทองเล่ห์ หรือ ลักเล่ห์ (speckled goldfish) แหล่งกำเนิด ประเทศจีนปลาทองเล่ห์เป็นปลาที่มีลักษณะ เด่นที่มีลำตัวเป็นสีดำสนิทแม้กระทั้งครีบทุกครีบ ปลาชนิดนี้นับว่า เป็นที่ นิยมเลี้ยงกันพอสมควร เป็น ปลาที่มีตาโปนออกมา ครีบหางบานใหญ่ บางชนิดมีชื่อเรียกว่า เลห์ตุ๊กตา หรือ เล่ห์หางผีเสื้อ เนื่องจาก ครีบหางที่แผ่คล้ายกับผีเสื้อ จัดว่าเป็นปลาที่ว่ายน้ำได้สวยงาม น่ารัก เป็นปลาที่เลี้ยง ง่าย ชอบอาหาร พวกลูกน้ำ ไรแดง หนอนแดง และอาหารสำเร็จรูป สามารถเลี้ยงรวมกับปลาชนิดอื่นได้



ปลาทองพันธุ์ทองตาลูกโป่ง
      
7.ปลาทองพันธุ์ทองตาลูกโป่ง ( Buble eye gold fish) แหล่งกำเนิด ประเทศจีนปลาทองตาลูกโป่งเป็นปลาที่มีลักษณะเด่น เป็นที่สังเกตได้ง่ายตรงที่มีตาใหญ่คล้ายลูกโป่ง ทำให้ปลา ชนิดนี้เป็นที่รู้จักกันดี ปลาชนิดนี้ปกติจะไม่มี ครีบหลัง การที่มีตาขนาดใหญ่ทำให้ว่ายน้ำได้เชื่องช้า คนส่วนใหญ่ชอบซื้อปลาที่มีขนาดตาทั้ง 2 ข้าง เสมอกัน การเลี้ยงปลาชนิดนี้ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ เพราะเป็นปลาที่ค่อนข้างจะบอบบางมีจุดอ่อนที่ตา ไม่ควรเลี้ยงรวมกับปลาดุร้ายอื่น ๆ กินลูกน้ำ ไร และอาหารสำเร็จรูป

ลักษณะของปลาทอง


                 รูปร่างลักษณะของปลาทอง

ปลาทองจะมีรูปร่างอ้วน ป้อม มีเกล็ดแบบบางเรียบ ครีบอกกลมแบน ครีบหางเป็นรูปพัด เป็นปลากินพืช และแมลงน้ำขนาดเล็กเป็นอาหาร เป็นปลาที่ตะกละสามารถกินอาหารได้ตลอดทั้งวัน ตัวผู้เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์จะมีตุ่มสิวขึ้นตามครีบอกและใบหน้า ปลาตัวท้องช่องท้องจะอูมเป่งออก วางไข่ตามพืชน้ำ ไข่ใช้เวลาฟักตัวประมาณ 2 วัน



"ปลาทอง" มีมากมายหลายหลากสี ตั้งแต่สีแดง สีทอง สีส้ม สีเทา สีดำและสีขาว แม้กระทั่งสารพัดสีในตัวเดียวกัน ในธรรมชาติชอบอาศัยตามหนองน้ำและลำคลองที่ติดกับแม่น้ำ อาจมีอายุได้ถึง 20-30 ปี ถ้าอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดี ต่อมาถูกนำไปเลี้ยงในยุโรปเมื่อศตวรรษที่ 17 และถูกนำไปเผยแพร่ในอเมริกา ในศตวรรษที่ 19 สำหรับในประเทศไทย เชื่อว่าปลาทองเข้าในสมัยอยุธยาตอนกลางเพื่อเป็นของบรรณาการในราชสำนักราว ๆ ค.ศ. 1370-ค.ศ. 1489
ในปัจจุบันมักเลี้ยงเป็นปลาสวยงาม และปลาทองที่เลี้ยงไว้ดูเล่นจะมีช่วงชีวิต ประมาณ 7-8 ปี พบจำนวนน้อยมากที่มีอายุถึง 20 ปี ปัจจุบันประเทศจีน ฮ่องกง สิงคโปร์ และญี่ปุ่น เป็นศูนย์กลางการส่งออกปลาทองที่ใหญ่ที่สุด

สำหรับในประเทศไทย การเลี้ยงปลาทองในฐานะปลาสวยงามในยุคปัจจุบัน เริ่มขึ้นหลังปี ค.ศ. 1960 ซึ่งความนิยมจะเริ่มขึ้นจากพื้นที่กรุงเทพมหานครก่อนจะขยายไปตามจังหวัดต่าง ๆ จนปัจจุบันมีฟาร์มปลาทองมากมาย มีปลาหลากหลายสายพันธุ์ ทั้งเกรดสูงที่มีราคาแพง และเกรดธรรมดาทั่วไป

ประวัติปลาทอง


           ประวัติความเป็นมาของปลาทอง

ปลาทอง เป็นปลาน้ำจืด ที่ชื่อมีความหมายที่ดี และ ล้ำค่าแก่เจ้าของ และปลาทองยังเป็นปลาที่นิยมเลี้ยงกันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่อดีต ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงปลาทอง ไว้ดูเล่น หรือ เลี้ยงปลาทองไว้เป็นเคล็ดฮวงจุ้ย ปลาทองมีสายพันธุ์ที่หลากหลายและเป็นที่ต้องการของตลาด ใน และ ต่างประเทศอย่างมาก และ การเพาะเลี้ยงปลาทองก็เป็นอีกอาชีพที่ สร้างรายได้ ได้เป็นอย่างดี

 

ปลาทอง บางครั้งเรามักนิยมเรียกว่า ปลาเงินปลาทอง (อังกฤษ: Goldfish) เป็นปลาน้ำจืด อยู่ในวงศ์ปลาตะเพียน (Cyprinidae) มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Carassius auratus เป็นปลาที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีนและญี่ปุ่น โดยดั้งเดิมถือเป็นปลาที่ถูกนำมาบริโภคกันเป็นอาหาร ต่อมาได้ถูกพัฒนาสายพันธุ์มาไม่ต่ำกว่า 2,000 ปี จนกลายเป็นปลาสวยงามหลากหลายสายพันธุ์ในปัจจุบัน

ปลาทองเชื่อว่า เป็นปลาสวยงามชนิดแรกที่มนุษย์เลี้ยง จากหลักฐานที่ปรากฏไม่ต่ำกว่า 2,000 ปีมาแล้ว เป็นรูปสลักปลาทองหลากหลายสีว่ายรวมกันอยู่ในบ่อที่ประเทศจีน ถือเป็นประเทศแรกที่เลี้ยงปลาทอง แต่ประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้พัฒนาสายพันธุ์ปลาทองให้มีความสวยงามและหลากหลายมาจนปัจจุบัน โดยเมืองแรกที่ทำการเลี้ยง คือ ซะไก ในจังหวัดโอซะกะ ในราวปี ค.ศ. 1502-ค.ศ. 1503 แต่กลายมาเป็นที่นิยมเมื่อเวลาต่อมาอีกราว 100 ปี ถึงขนาดมีร้านขายปลาทองเปิดกันเป็นจำนวนมาก
ปลาทอง ในประเทศไทยนั้นการเพาะเลี้ยงปลาทอง ส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดภาคกลาง ไม่ว่าจะเป็น ราชบุรี นนทบุรี นครปฐม และ กทม. การเพาะเลี้ยงปลาทอง ในประเทศไทย นั้นส่วนใหญ่จะเพาะพันธุ์ ปลาทอง เพื่อการจำหน่ายภายในประเทศเท่านั้น